วีดีโอ อาร์ต ( Video Art) ต้องอย่านำไปสับสนกับภาพยนตร์ที่อยู่ในรูปของวิดีโอหรือละครโทรทัศน์
วีดีโอ อาร์ต คือวีดีโอที่ทำขึ้นโดยศิลปินสายทัศนศิลป์ วีดีโอ อาร์ต
เป็นเครื่องมือไม่ใช่รูปแบบ ศิลปินใช้วีดีโอในหลายแนวทาง
แม้ว่างานวิดีโอโดยมากจะต้องอาศัยโทรทัศน์เป็นเครื่องฉายภาพ
แต่ในวงการก็จะเรียกศิลปะแบบนี้ว่า วิดีโอ อาร์ต มากกว่าจะไปเรียกว่า “เทเลวิชัน
อาร์ต ” หรือ “โทรทัศน์ศิลป์ ”
ศิลปินคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ริเริ่มทำศิลปะด้วยวิดีโอคือคนเกาหลีนามว่า
นัม จุง ไพค์ ( Nam June Paik) เขาเป็นสมาชิกสำคัญในกลุ่ม ฟลัคซุส ( Fluxus)
เหล่าศิลปินวิญญาณขบถที่ชอบทำกิจกรรมท้าทายจารีตของศิลปะ
จุดกำเนิดของ วิดีโอ อาร์ต คือ ในปี 1965 นัม จุง ไพค์
สร้างงานโดยการบันทึกเทปวีดีโอด้วยกล้องโซนี่แบบหิ้วพกพาได้ ไพค์
ซื้ออุปกรณ์ทันสมัยเหล่านั้นทันทีที่มันวางตลาด เขาจัดทำวิดีโอในวันนั้น
แล้วหอบหิ้วไปฉายโชว์ 2-3 ชั่วโมง ในค่ำวันนั้นที่คลับของศิลปิน คาเฟ่
อะโกโก้ ( Caf?-a-Go-Go) ในกรีนวิช วิลเลจ ( Greenwich Village) ย่านศิลปะศิลปินแห่งนครนิวยอร์ค
นัม จุง ไพค์ เคยกล่าวถ้อยแถลงอันมีชื่อเสียงว่า “ทีวีได้จู่โจมพวกเรากันไปทั้งหมด
ตอนนี้ล่ะ เรากำลังอัดมันกลับบ้าง ”
วิดีโอ อาร์ต มักจะต้องเกี่ยวข้องกับการแสดงอยู่ด้วยเสมอ
โดยเฉพาะการแสดงแบบ ศิลปะแสดงสด หรือ เพอร์ฟอร์แมนซ์ มีทั้งการแสดงสดๆ
ตอบโต้ไปกับการฉายวิดีโอ เช่น ผลงานชื่อดัง ทีวี บรา ฟอร์ ลีฟวิ่ง สคลัปเจอร์ ( TV
Bra for Living Sculpture) ที่ ไพค์ ทำร่วมกับ ชาร์ล็อตต์ มัวร์แมน ( Charlotte Moorman) ในผลงานชิ้นนี้
มัวร์แมน เปลือยกายสีเชลโล มีเพียงแค่โทรทัศน์เล็กๆ
สองเครื่องปิดหน้าอกข้างละเครื่องเท่านั้น
VIDEO
ในอีกแบบเป็นการถ่ายวิดีโอการแสดง แล้วนำไปฉายในจอโทรทัศน์
(หรือมอร์นิเตอร์) หรือฉายด้วยเครื่องฉายแบบวิดีโอโปรเจคเตอร์
ในพิพิธภัณฑ์หรือหอศิลป์ที่จัดแสดงงานบ้างก็ทำวิดีโอกันอย่างจริงจัง
แล้วนำไปแพร่ภาพทั้งทางอากาศและเคเบิลทางทีวี ซึ่งมักจะเป็นแบบคุณภาพมาตรฐานดีๆ
มีค่าใช้จ่ายสูงจึงต้องทำร่วมกับพวกเครือข่ายโทรทัศน์หรือสถานีโทรทัศน์อิสระ
กลุ่มศิลปินที่ชอบทำในแนวนี้คือ สคิป สวีนีย์ ( Skip Sweeney) โจแอน เคลลี ( Joanne
Kelly) อีดิน เวเลซ ( Edin Velez) และ เดอะ โยเนะโมโตะส์ ( The Yonemotos)หรือในผลงานของศิลปินบางคนจะใช้ภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดแบบที่ใช้รักษาความปลอดภัย
นำมาตัดต่อแล้วสร้างผลงานของตัวเองขึ้น หรือในผลงาน Nantes Triptych ในปี 1992
ของ
บิลล์ วิโอลา ( Bill Viola) ศิลปินวิดีโอชื่อดังคนหนึ่งของโลก
เขาจัดฉายวิดีโอบนจอยักษ์ 3 จอในห้องมืด
จอแรกทางซ้ายฉายภาพผู้หญิงกำลังคลอดลูก จอทางขวาเป็นภาพผู้หญิงชรากำลังจะสิ้นลม
จอกลางเป็นภาพคนจมนิ่งอยู่ใต้น้ำ ดูเคว้งคว้างไร้ทิศทางแต่บางทีก็ดิ้นทุรนทุรายแล้วก็นิ่งไปอีก
ภาพกำเนิดทารกกับคนใกล้ตายเป็นภาพจากเหตุการณ์จริง
และด้วยการจัดฉายจากอุปกรณ์ชั้นยอด ติดตั้งในบรรยากาศที่ขึงขัง
ทำให้ผลงานชิ้นนี้ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม วิดีโอ อาร์ต ไม่มีขีดจำกัดว่าจะต้องมีการแสดงหรือภาพจากเหตุการณ์จริงเท่านั้น
ในหลายๆ งาน อาจจะเป็นการฉายภาพกราฟฟิคที่เป็นนามธรรมมากๆ บ้างก็เป็นภาพหุ่นนิ่ง
วัตถุสิ่งของต่างๆ สุดแล้วแต่ศิลปินจะเกิดความคิดอะไร ตัวอย่างเช่น แฟรงค์ จิลเล็ท
( Frank Gillette) ในงานชื่อ อแรนซัส ( Aransas) เมื่อปี 1978 เขาใช้เครื่องฉายวีดีโอ
6 ตัวในจัดฉายภาพทิวทัศน์ที่เป็นหนองน้ำของชนบทที่ชื่อ อแรนซัส
รอบตัวคนดู
ในหลายๆกรณีก็มีการใช้เทคโนโลยีล่าสุดทางคอมพิวเตอร์มาทำงานที่ได้ผลทางเทคนิคพิเศษที่น่าตื่นตาตื่นใจราวกับภาพยนตร์แฟนตาซี
บ้างก็สามารถมีปฏิกริยาโต้ตอบกับคนดูได้
การทำ วิดีโอ อาร์ต ในอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากคือ
การผสมวิดีโอเข้ากับ ศิลปะจัดวางหรือ อินสตอลเลชัน อาร์ต
นอกจากวิดีโอจะมีคุณสมบัติเป็น 3 มิติ แบบประติมากรรมแล้ว
มันยังขยายขอบเขตตัวเองไปสู่ผลงานที่กินเนื้อที่และสภาพแวดล้อมอย่างมีนัยยะสำคัญ
ตัวอย่างผลงานชิ้นเยี่ยมในแนวนี้คือ ผลงานของ แกรี่ ฮิลล์ ( Gary
Hill) ดาวเด่นของ วิดีโอ อาร์ต ร่วมสมัย Inasmuch as it is Always
Already Taking Place ในปี 1990 ฮิลล์ ติดตั้งจอโทรทัศน์ (จอแก้ว) แบบเปลือยๆ
(ไม่มีกล่องโทรทัศน์หุ้ม) มีทั้งเล็กใหญ่สารพัดขนาดทั้งหมด 16 จอ
แต่ละจอฉายภาพส่วนต่างๆ ของร่างกายตัวศิลปินเอง
ทั้งหมดนี้จัดวางคล้ายกับภาพจิตรกรรมหุ่นนิ่ง
นอกจากภาพที่เป็นชิ้นส่วนกระจัดกระจายดูไม่จะแจ้งว่าเป็นส่วนไหนไปต่อกับส่วนไหนแน่ๆ
แล้ว ยังมีเสียงฮัมงึมงำที่คลุมเครือชวนให้ค้นหาอีกด้วย
ในผลงาน วิวเวอร์ ( Viewer)
ในปี 1996
ฮิลล์ จัดห้องมืดแล้วฉายภาพผู้ชายต่างเผ่าพันธุ์
17
คน ยืนอยู่ในพื้นที่ว่างที่มืดดำ พวกเขายืนนิ่งๆ เงียบๆ
มีการขยับเคลื่อนตัวเล็กน้อย
ภาพที่เห็นจะเหมือนจริงมากราวกับว่าพวกเขามาอยู่ร่วมห้องกับคนดูและพร้อมที่จะเดินเข้ามาหาคนดูเมื่อไรก็ได้ คนดังอีกคนในสายงานนี้คือ โทนี อาวส์เลอร์ ( Tony
Oursler)
ลักษณะงานที่โดดเด่นเฉพาะตัวของเขาคือ
เทคนิคการจัดฉายภาพวิดีโอลงบนวัตถุ 3
มิติ เช่น ลูกกลมๆ บ้างก็เป็นชิ้นเดี่ยวๆ
บ้างก็เป็นกลุ่มจัดวางอยู่ในห้องที่ตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้
ภาพที่ฉายลงบนวัตถุเหล่านั้นมีทั้งใบหน้าคนที่กำลังแสดงความรู้สึกหรือเฉพาะภาพดวงตาคนที่กำลังกรอกกลิ้งหรือร้องไห้
ประกอบกับเสียงที่คล้ายคนกำลังบ่น บ้างก็เป็นเสียงขอความช่วยเหลือ วัตถุ 3
มิติเหล่านั้นดูราวกับว่ามีชีวิตจริง
ให้ความรู้สึกที่หลอนและน่าหวาดหวั่น ผลงานที่ผสมวิดีโอกับ ศิลปะจัดวาง
ที่น่าสนใจอีกชิ้นคือ เฟิร์สท แอนด์ เธิร์ด ( First and Third)
ในปี 1987
ศิลปิน
จูดิธ แบร์รี ได้รับเชิญไปแสดงงานที่ เดอะ วิทนีย์ มิวเซียม ออฟ อเมริกัน อาร์ต
ในนิวยอร์ค แบร์รี
วิพากษ์พิพิธภัณฑ์แห่งนั้นว่าเป็นสถาบันที่ปิดกั้นสำหรับคนเฉพาะกลุ่ม แบร์รี
ฉายภาพคนที่ไม่ถูกรวมอยู่ในประวัติศาสตร์อเมริกันฉบับทางการ
โดยติดตั้งเครื่องเล่นวิดีโอในบริเวณโถงบันไดในพิพิธภัณฑ์
ฉายภาพขึ้นบนผนังให้คนที่เดินผ่านไปมาได้หยุดดูและฟัง
VIDEO
ศิลปิน: วีโต แอคคอนซี ( Vito Acconci, 1940-), แม็กซ์ อัลมี
( Max Almy), แอ็นท์ ฟาร์ม ( Ant Farm), โรเบิร์ต แอชลีย์ ( Robert Ashley), แมทธิว
บาร์นีย์ ( Mathew Barney, 1967-), สตีเฟน เบ็ค ( Stephen Beck), แกร์รี ฮิลล์
( Gary Hill), ดารา เบิร์นบวม ( Dara Birnbaum, 1946-), โคลิน
แคมพ์เบลล์ ( Colin Campbell),ปีเตอร์ ดิ อากอสติโน ( Peter D?Agostino),
เจมี
ดาวิโดวิช ( Jaime Davidovich), ดักลาส เดวิส ( Douglas Davis), เอ็ด
เอ็มช์วิลเลอร์ ( Ed Emshwiller), เทอร์รี่ ฟ็อกซ์ ( Terry Fox), กิลเบิร์ตและจอร์จ
( Gilbert and George), แฟรงค์ จิลเล็ท ( Frank Gillette), แดน เกรแฮม ( Dan
Graham), รีเบคก้า ฮอร์น ( Rebecca Horn), โจน โจนาส ( Joan
Jonas), ไมเคิล ไคลเออร์ ( Michael Klier), พอล คอส ( Paul
Kos), ชิเกโกะ คุโบตะ ( Shigeko Kubota), มารี โจ
ลาโฟนเทน ( Marie Jo Lafontaine), เลส เลอวีน ( Les Levine), โจน ล็อก ( Joan
Logue), ชิพ ลอร์ด ( Chip Lord), แมรี ลูเซีย ( Mary Lucier), สจ๊วต มาแชลล์
( Stuart Marshall), โรเบิร์ต มอร์ริส ( Robert Morris), อันโตนิโอ
มุนตาเดส ( Antonio Muntadas), บรูซ นาว์แมน ( Bruce Nauman), นัม จุง ไพค์
( Num June Paik), โฮวาร์ดีนา พินเดล ( Howardena Pindell), เอเดรียน
ไพเพอร์ ( Adrian Piper), มาร์แธม รอสเลอร์ ( Martham Rosler), จิล สก็อต ( Jill
Scott), ริชาร์ด เซอร์รา ( Richard Serra), ไมเคิล สโนว์
( Michael Snow), คิธ ซอนเนียร์ ( Kieth Sonnier), จอห์น
สเตอร์เจียน ( John Sturgeon), ไดอานา เธทเตอร์ ( Diana Thater), ท็อป แวลู
เทเลวิชัน ( Top Value Television), ที.อาร์.อุทโค ( T.R.Uthco), วูดดี้และสเตนา
วาซูลก้า ( Woody and Steina Vasulka), เอดิน เวเลซ ( Edin Velez), บิล วีโอลา ( Bill
Viola), บรูซและนอร์แมน โยเนะโมโตะ ( Bruce and Norman Yonomoto)